Showing posts with label ทุกข์. Show all posts
Showing posts with label ทุกข์. Show all posts

Wednesday, 22 June 2011

แล้วสิ่งนั้นจะผ่านพ้นไป

"แล้วสิ่งนั้นจะผ่านพ้นไป"



ในการดำเนินชีวิตของเรา เราต้องประสบกับโลกธรรม 8 คือได้ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ก็ต้องมีเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์เป็นธรรมดา หากเราสามารถเตือนสติตนเองได้ว่า
"แล้วสิ่งนั้นจะผ่านพ้นไป"

ก็จะช่วยให้เราทำใจเป็นกลางทำใจเป็นปกติได้ เมื่อความรู้สึกต่าง ๆ เกิดขึ้น
เมื่อมีทุกข์ ทุกข์นั้นไม่ใช่สิ่งจีรังยั่งยืน ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะนำความทุกข์นั้นมาเป็นกังวล
เมื่อมีสุข สุข นั้นก็ไม่จีรังยั่งยืนเช่นกัน เราไม่ควรยึดมั่นถือมั่น ทุกสิ่งล้วนไม่เที่ยง เป็นอนิจจัง

ข้อความข้างต้น ต้องขออภัยที่ตอนเก็บมาไม่ได้บันทึกว่าเอามาจากที่ใด แต่อ่านแล้วคิดว่ามีประโยชน์ต่อทั่วไป จึงนำมาบันทึกไว้ในนี้อีกครั้ง

ดังนั้นหากใครตระหนักรู้ คิด และสามารถนำไปเป็นส่วนหนึ่งที่ใช้ประคองจิตได้ ชีวิตจะอยู่เหนือทุกข์ จริงๆ  ทุกสิ่งเข้ามาแล้วผ่านไป แต่สิ่งสำคัญที่อยากให้คิดคือ เราต้องไม่ไช่ผู้เบียดเบียน ไม่ไช่ผู้ทำผิดเสียเอง  สุขหรือทุกข์ที่ได้จากการกระทำที่ไม่ถูกต้อง นอกจากไม่จีรังแล้ว การกระทำผิดนั้นมันจะฝังเตือนอยู่ในสำนึกตลอดเวลา สุขไม่จริง แต่ทุกข์น่ะจริง และยังต่อกรรมไม่รู้จบอีกด้วย 

 ดังนั้นเริ่มต้นทำในสิ่งที่ดี ที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม  ชีวิตจะประสบพบแต่สิ่งที่ดีจริงๆค่ะ
ลองดูนะคะ :)

Monday, 20 June 2011

เสียดายโอกาส

เสียดายโอกาส


ได้โอกาสเกิดเป็นมนุษย์นั้น โชคดีแท้ 
แต่ไม่รู้จักปล่อยวาง ไม่รู้จักพอ เบียดเบียนผู้อื่น ไม่ว่าจะเชื่อเรื่องบุญ-บาปหรือไม่
แต่สิ่งที่ทำไปนั้น ล้วนก่อเกิดทุกข์ทั้งสิ้น เท่ากับตัดเส้นทางบุญคือความดีไปแล้ว
น่าเสียดายโอกาสนั้นจริงๆ
meepole




ดังคำกล่าวของท่านพุทธทาส ที่ว่าไว้ดังนี้
I’m happily at peace because I don’t want anything
สุขสันต์เพราะฉันไม่ได้เอาอะไรมา

At birth, I didn’t bring anything, so no suffering.
But once born, I learnt how to take all kinds of things and thus have suffered.
เกิดไม่ได้เอาอะไรมาเลยไม่ทุกข์ แต่เกิดมาแล้วจึงรู้จักเอาอะไร แล้วก็เป็นทุกข์

หากเรารู้อย่างนี้แล้ว และอยากลดทุกข์ให้น้อยลง ก็ลดการยึดติด ความเป็นของฉัน ความกังวล ให้น้อยลง วางที่แบกไว้ ยึดติดไว้ ได้หมดเมื่อใด ก็สบายเมื่อนั้น