Showing posts with label พระสงฆ์. Show all posts
Showing posts with label พระสงฆ์. Show all posts

Wednesday, 5 October 2011

พระกับการเมือง







อ่านบทความ เรื่อง "พระกับการเมือง"  โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์ แล้วอยากจะนำมาฝากผู้ที่เข้ามาเยี่ยมเยือนที่นี่ คิดว่าเป็นประโยชน์แน่นอน แล้วแต่ท่านจะนำไปใช้ :)

"...เราไม่อาจแยกอำนาจทางศีลธรรมออกไปจากอำนาจทางการเมืองหรือเศรษฐกิจหรืออะไรอื่นได้ เช่นเดียวกับการแย่งอำนาจทางการเมืองก็มีมิติทางศีลธรรมแฝงอยู่อย่างสำคัญ (ที่การเมืองไทยแย่อย่างนี้ก็เพราะมิตินี้มันแทบไม่ได้แฝงอยู่เลย) เนื่องจากกติกาทางกฎหมายหรือแรงกดดันทางสังคมอย่างเดียวไม่เพียงพอ เป็นต้นว่าการไม่ซื้อเสียงไม่ได้เกิดจาก กกต. ที่เข้มแข็งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเลื่อมใสสิ่งที่ถูกต้องและเป็นธรรมซึ่งเป็นความรู้สึกทางศีลธรรมทั้งของคนซื้อและคนขายด้วย
          เหตุดังนั้น พระจึงควรยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอย่างยิ่ง แต่ยุ่งเกี่ยวเพื่อนำเอาธรรมะเข้าไปสู่การเมือง เช่นเดียวกับพระควรยุ่งเกี่ยวกับการทำธุรกิจ การสื่อสาร การบริโภค การพลังงาน การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม กามารมณ์ หรือความสัมพันธ์ทางสังคมทุกชนิด ฯลฯ
          เพราะทั้งหมดเหล่านั้นล้วนมีมิติทางศีลธรรมที่เราควรพิจารณาทั้งสิ้น ความเสื่อมโทรมของสิ่งเหล่านั้นในเมืองไทยนั้นส่วนหนึ่งก็มาจากการที่เราตัดมิติทางศีลธรรมออกไปโดยสิ้นเชิง และพระไม่ค่อยยอมเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้นเอาเลย

          เทศนาของท่านจึงลอยอยู่ในสุญญากาศ ฟัง "เอาบุญ" โดยไม่สามารถเอาไปใช้เพื่อให้เกิดบุญที่แท้จริงขึ้นได้"

"ความเสื่อมโทรมของสิ่งเหล่านั้นในเมืองไทยนั้นส่วนหนึ่งก็มาจาก......
การที่เราตัดมิติทางศีลธรรมออกไปโดยสิ้นเชิง "

meepole เห็นด้วยอย่างยิ่งกับข้อความนี้และอยากจะเน้นย้ำให้คนในสังคมช่วยกันตระหนักในสิ่งนี้ และหากมองย้อนคิดหลายๆเรื่องที่วุ่นวายในสังคมปัจจุบัน การขัดแย้งที่รุนแรง การขาดความสามัคคี การเห็นผิดเป็นชอบ ความโลภในทุกด้าน ไม่รู้จักพอ การไม่ปฎิบัติหน้าที่อย่างชอบธรรม ฯ เป็นเพราะเราตัดมิติทางศีลธรรมออกไป เด็กไม่ได้เรียนวิชาศีลธรรมเหมือนสมัยก่อน พ่อแม่ไม่มีเวลาพาเด็กไปวัด ไปเรียนรู้ สะสมความห่างเหิน จิตกระด้าง วัตถุนิยมมากขึ้น จนเป็นผลต่อเนื่องมาในสังคมปัจจุบัน ที่มือใครยาวสาวได้สาวเอา ที่ทุกอย่างเป็น ตัวกู ของกู และเพื่อกู กันไปหมด

อยากให้ช่วยกันจรรโลงศีลธรรม นำธรรมะมาปฏิบัติและช่วยกันเผยแพร่ความคิดที่ดี ที่ถูกต้อง ที่ควรจะเป็น และปฏิบัติเป็นตัวอย่าง เพื่ออนุชนรุ่นหลังจะได้ยืนอยู่ในสังคมที่สงบ มีสันติสุข อย่างแท้จริง


ที่มาเรื่อง: พระกับการเมือง
โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์
มติชนรายสัปดาห์ วันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ปีที่ ๒๔ ฉบับที่ ๑๒๕๑ หน้า ๓๖

Saturday, 11 June 2011

ส่วนหนึ่งที่ได้จากการฝึกอบรมพระนักเทศน์ทั่วภาคใต้ (1)

ส่วนหนึ่งที่ได้จาก
การฝึกอบรมพระนักเทศน์ทั่วภาคใต้
(1-15 มิถุนายน)


 การจัดอบรมพระนักเทศน์ทั่วภาคใต้และประเทศมาเลเซีย ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีเจ้าคณะภาค 16 เป็นประธานการจัดงาน ได้เชิญวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ทั้งพระและฆราวาส ในส่วนที่พระท่านบรรยายจะมีเนื้อหาในภาคปฎิบัติเป็นส่วนใหญ่ แต่มีในส่วนที่เป็นข้อธรรมเช่นกัน ซึ่งจะทะยอยนำมาเขียนเป็นประสบการณ์ที่ดีแบ่งกันกัน และเมื่อวาน (9 มิย.) พ.อ.นพ. พงศ์ศักดิ์ ตั้งคณา มาบรรยายถวายความรู้ทั้งวัน ได้สาระมากมาย จึงขอนำมาแบ่งปันในโอกาสนี้ด้วย

meepole เคยเป็นทั้งผู้บรรยายเอง และผู้ฟังบรรยาย ผ่านมาหมดทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงเห็นพฤติกรรมทุกรูปแบบในการฟังบรรยาย มีทั้งที่ตั้งใจฟัง ไม่ตั้งใจฟัง แต่เงียบๆ (ไม่รู้ใครบังคับให้ไป) ไม่ตั้งใจฟัง และวุ่นวายเดินเข้าเดินออก  ไม่ตั้งใจฟัง แล้วยังพูดแข่งกับวิทยากรอีก และร้ายที่สุดที่เคยเห็นคือลงทะเบียนอบรมแล้วหายไปเที่ยว ชอบปิ้งตลอด นี่เป็นอะไรแบบ ตามใจตัวเอง คือไทยแท้ เป็นเหตุให้อะไรๆที่จะพยายามพัฒนากันก็เลยไม่เคยไปถึงจุดนั้น น่าเศร้าจริงๆ งานนี้ก็เช่นกัน จึงสามารถตักตวงสิ่งต่างๆไปได้มาก-น้อย ไม่เท่ากัน ก็แล้วแต่บุคคล แต่ที่แน่คือตัว meepole ได้

จะขอยกตัวอย่างมาพอให้เป็นข้อคิด


มนุษย์เราเกิดมาพร้อมหลายสิ่งหลายอย่างที่พร้อมครบอย่างพอดีแล้ว ขึ้นกับว่าคนๆนั้นบริหารชีวิตให้พอดีได้แค่ใหน
พอดีแค่ใหน รู้สึกเมื่อใด สบายเมื่อนั้น


เวลาเราไปตัดเสื้อ เราวัดตัวใคร.......(ตัวเรา)

แล้วเวลาใช้ชีวิต ทำไมต้องตามคนอื่น (กลัวเขาว่าอย่างโน้น นี้)



คุณจะเลือกเป็นแบบใหน ระหว่าง ต้นใหญ่ใบเล็ก กับต้นเล็กใบใหญ่

ต้นใหญ่ใบเล็ก เปรียบเช่นคนที่มีตำแหน่งใหญ่โตแต่ไม่เป็นที่พึ่งแก่ใครเลย
ต้นเล็กใบใหญ่ เปรียบเช่นคนที่ไม่มีตำแหน่งอะไร แต่เป็นที่พึ่งแก่คนทั้งหลายได้


ฉลาดลึก วินาศลึก
ฉลาดมาก  วินาศมาก
ถ้าไม่มีคุณธรรม กำกับความฉลาด โลกสังคมจะวุ่นวาย

ขอให้เป็นคนดีก่อน เก่งไม่เก่งไม่สำคัญ ถ้าเก่งอย่างเดียว แต่ไม่ดีก็วินาศ



ถ้าเด็กรักพ่อรักแม่ จะไม่ทำชั่วทุกชนิด

(อันนี้เอาไว้เป็นอุทธาหรณ์ เวลาบ่นว่าลูกหลานเกเร ต้องดูตัวเองด้วยว่าเราเลี้ยงเขามาด้วยความเอาใจใส่เพียงใด สั่งสอนรัก ให้เวลาดูแลเขาแค่ใหน)



จงดูตัวอย่างดังเช่นใบบัวที่ไม่ยอมให้น้ำยึดติด ไม่ว่าน้ำนั้นจะบริสุทธิ์แค่ใหน การดำเนินชีวิตก็เช่นกันหากเราไม่ติดยึดและไม่ยึดติดอะไรมากนัก ชีวิตจะเป็นอิสระออกจากสิ่งทั้งปวง (อันนี้ meeple ขยายความเอง)



ในการเชื่อเรื่องอะไร หรือดูว่าอะไรควรเชื่อ หรือไม่ควร ให้เชื่อการพิจาณาของตนเองว่า คำสอนเหล่านั้นเมื่อประพฤติกระทำตามไปแล้ว จะมีผลเกิดอย่างไร .......
ถ้ามีผลเกิดขึ้นจากการกระทำของตนเอง และทำให้ผู้อื่นเป็นทุกข์เดือดร้อน ก็ไม่ควรปฎิบัติตาม 
 ถ้าไม่ทำให้ตัวเองและผู้อื่นเดือดร้อน แต่เป็นไปเพื่อความสุข ความเจริญ ย่อมเป็นคำสอนที่ควรทำตาม