Showing posts with label mind. Show all posts
Showing posts with label mind. Show all posts

Saturday, 16 July 2011

อะไรจะสบายเท่า...พอใจ และ รู้สึกพอ

"พอใจ"และ "รู้สึกพอ"



peace of mind

Nothing gives peace of mind better than
the feeling of doing no wrong, having no sins,
and having no secrets to hide.

ในที่ทำงานทั้งเจ้าหน้าที่ พนักงานราชการ อาจารย์ กลัวผู้บริหารมาก จนเครียด เพราะที่นั่นคนเหล่านั้นจะใช้หน้าที่การงาน และเงินเป็นตัวปกครองและบังคับได้ ไม่ถูกใจก็สั่งย้ายแผนก ไม่พิจจารณาความดีความชอบตามที่ควรเป็นให้ ไม่ต่ออายุงานในปีต่อไป ไม่ให้มีรายได้พิเศษ (ไม่ให้สอนเสาร์-อาทิตย์) เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เกิดที่นั่นและเป็นเรื่องปกติที่ต้องอดทน เพราะความจำเป็นแต่ละคนไม่เหมือนกัน

แต่กระนั้น meepole ยังคิดตลอดเวลาว่าหากผู้บริหารมีเมตตา มีคุณธรรม มโนธรรม และกลุ่มอาจารย์ เจ้าหน้าที่ มีความเพียงพอในชีวิตที่เป็นอยู่ ทำงานอย่างถูกต้องในหน้าที่ มีความสุจริตในทุกเรื่อง ไม่ทำในสิ่งที่ขัดต่อจรรยาบรรณต่างๆ ก็คงไม่เกิดการทำผิดแบบหยุดไม่ได้เช่นที่เป็นอยู่ คนที่ต้องทนทำผิด- บาปต่อไปก็เครียด ไม่มีความสุข คนดีๆที่ทนไม่ได้ก็ลาออกเอง มีที่ระบายก็แอบบ่นให้ฟัง เพราะที่นั่นไว้ใจใครไม่ได้เช่นกัน ทุกข้อมูลสามารถเอาไปฟ้องแลกกับความพึงพอใจได้อีก หลายครั้งที่meepoleได้ฟัง รับรู้ก็เศร้าใจว่านั่นนะหรือคือที่บ่มเพาะของอนาคตของชาติกลุ่มใหญ่ เป็นเบ้าหล่อหลอม จึงไม่สงสัยเลยว่าบัณทิตเหล่านั้นจบออกไปได้โดยแทบไม่มีการพอกพูนคุณธรรมในใจของพวกเขาเลยเช่นกัน

เคยพูดในที่ทำงานและบอกกับหลายคนที่มาปรับทุกข์ และมาขอให้ช่วยเสมอว่า อย่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนแล้วยอมทำผิดให้พวกเขา เพราะผิดบาปนั้นติดที่ตัวเราตลอดชีวิต และเมื่อได้ทำผิดแล้วครั้งหนึ่ง ย่อมมีครั้งต่อๆมา เราเป็นข้าราชการไม่ไช่ข้าส่วนตัวใคร (ก๋ง meepole สอนไว้) ทำสิ่งที่ถูกไว้ไม่มีใครทำอะไรเราได้ ชีวิตจะพบแต่สุข ยืนหยัดในหลักการที่ถูกต้อง พ่อแม่ยังไม่เคยสอนให้เราทำในสิ่งที่ผิด-ชั่วเลย แล้วคนพวกนี้เป็นใครที่มาสั่งให้เราทำในสิ่งที่ผิดโกงบ้านกินเงินแผ่นดิน เงินที่เลี้ยงชีวิตลูกและครอบครัวต้องได้มาจากการกระทำผิดเช่นนี้จริงๆหรือ??

meepole เคยบอกพวกเขาว่าตลอดชีวิตรับราชการความภูมิใจส่วนตัวคือ การไม่ก้มยอมให้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ยืนหยัดสู้กับกิเลสทุกรูปแบบที่นั่น ไม่ให้โอกาสคนทำในสิ่งที่ผิดทำนองคลองธรรมเข้ามาไกล้ตัวเลย แม้ไม่เจริญมากในราชการนัก แต่ไม่ตกต่ำ  และไม่เคยลำบากเลย ชีวิตเป็นสุขในเส้นทางที่ต้องการ เพราะชีวิตเรากำหนดทางเดินเอง ถูก- ผิด ชั่ว- ดี เลือกทำเองทั้งสิ้น หลายคนก็บ่นกลับว่า meepole ทำได้เพราะการมีพร้อมแล้ว แต่ mepole บอกพวกเขาว่าไม่ไช่ แต่เป็นเพราะ meepole "พอใจ"และ "รู้สึกพอ"ในสิ่งที่มี ต่อให้มีมากมายแบบหลายๆคนแต่ไม่รู้สึกพอ รู้แต่จะเอาอีก มีความต้องการไปเรื่อยๆไม่หยุด ก็ต้องเป็นหนี้ จิตติดทุกข์ ไขว่คว้าตลอดชีวิต สิ่งที่ควรทำสำหรับการยกระดับจิตก็ไม่มี เสียดายโอกาสการเกิดเป็นมนุษย์จริงๆ แต่ก็มีสิ่งที่ทำให้เกิดความดีใจคือ มีอาจารย์รุ่นใหม่ที่กำลังถูกบังคับทั้งทางตรงและทางอ้อมให้ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง หันมาต่อสู้โดยใช้มโนธรรมเป็นตัวกำกับ ก็หวังว่าเส้นทางชีวิตของพวกเขาจะพบสุขที่เย็นสงบเช่นกัน

สบายใจอะไร จะยิ่งไปกว่า ความรู ้สึกว่า
ตนไม่มีความผิด  ไม่มีบาป  ไม่มีโทษที่ปกปิด

ดังนั้น
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับจิต จึงต้องจัดการกับจิต
ชีวิตจึงจะเป็นชีวิตเย็น
มีความสมดุลของสัญชาติญาณที่ถูกต้อง
ตามที่ควรจะเป็น


คิดว่าคำกล่าวนี้เป็นของท่านพุทธทาส เพราะไปพบที่เก็บไว้นานแล้วไม่ได้อ้างอิงแต่เป็นประโยชน์ จึงเอามาลงในที่นี้ หากวันใดmeepole ได้อ่านพบอีกจะนำมาใส่ให้ครบถ้วน ต้องขออภัยด้วย

Saturday, 2 July 2011

กฏของรถขนขยะ




กฏของรถขนขยะ (ตอนจบ)
.......(ต่อ) เดวิดเริ่มถามตัวเองว่าเขาปล่อยตัวเองให้เป็นที่ทิ้งขยะของคนอื่นบ่อยไหม และเขาเอาขยะเหล่านั้นไปทิ้งให้คนอื่นรอบตัวหรือเปล่า เขาจึงเริ่มเผยแพร่กฎข้อนี้ผ่านทางการพูด การเขียนมากต่อมาก (หากสนใจรายละเอียดเกี่ยวกับกฎข้อนี้ ติดตามได้จากเวปไซด์ด้านล่าง)
จะเห็นว่าแค่คำพูดของคนขับรถแท็กซี่คนหนึ่ง หากคุณเปิดโอกาสให้ตัวเองนำมาไตร่ตรองด้วยปัญญา คุณก็สามารถเปลี่ยนข้อคิดนั้นให้เป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้อย่างที่เดวิดทำอยู่ ทุกวันนี้เขาเขียนหนังสือ เป็นวิทยากร นักพูดที่มีชื่อเสียง ในการสัมมนาเกี่ยวกับการสร้างความสุขในชีวิต ฯลฯ

 รอย โบไมสเตอร์ (Roy Baumeister) นักวิจัยทางจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยฟลอริดา สรุปจากงานวิจัยของเขาว่า คนเราจำสิ่งเลวร้ายที่เกิดกับเราได้ดีกว่าสิ่งที่ดีๆ เรามีความสามารถที่จะบันทึกสิ่งที่ไม่ดีลงไปในหน่วยความจำมากกว่าเรื่องราวที่ดีงาม และประสบการณ์ที่ไม่ดีนั้นจะถูกกระตุ้นให้จำได้ง่ายกว่าและบ่อยกว่า

 ดังนั้นตามธรรมชาติหากเราเจอรถขนขยะบ่อยๆและรับเอาขยะนั้นมา ไม่นานเราก็จะจมอยู่ในกองขยะนั้น และกลายเป็นขยะชิ้นหนึ่งในสังคมในที่สุด แต่หากเราเข้าใจกฎข้อนี้และไม่ยอมให้ใครเอาขยะมาทิ้งไว้ที่เรา หรือหากมันเป็นเหตุสุดวิสัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ เราก็ต้องรีบกำจัดขยะนั้นให้ออกไปจากชีวิตเราให้เร็วที่สุด หากเราควบคุมชีวิตเราได้ดี เราจะสามารถสร้างช่องว่างให้สิ่งดีงามเข้ามาในชีวิตเราได้

ดังนั้นแม้ว่าวันที่ผ่านมาหรือชั่วโมงที่ผ่านมานั้นเขาเหล่านั้นจะได้เจอกับเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์มาก็ตาม ยิ่งกับคนที่สำคัญที่เรารัก เราต้องยิ่งพร้อมที่จะอยู่กับเขาด้วยใจที่ปลอดโปร่งเต็มร้อย
ผู้นำที่ดีต้องพร้อมที่จะเข้าประชุมในการประชุมถัดไป
หมอที่ดีต้องพร้อมที่จะเจอคนไข้รายต่อไป
 พนักงานขายที่ดีต้องพร้อมที่จะรับใช้แขกคนถัดไป
พ่อแม่ที่ดีต้องพร้อมที่จะต้อนรับลูกกลับมาจากโรงเรียน
ดังนั้นคนที่ประสบความสำเร็จต้องไม่ปล่อยให้รถขนขยะ นำขยะเข้ามาทำลายความผาสุกในชีวิต ปล่อยให้รถขนขยะเหล่านั้นผ่านเราไปโดยไม่หยุดทิ้งขยะนั้นไว้กับเรา เราจะเป็นสุขมากขึ้น
ขอให้ทุกๆคนที่เข้ามาอ่าน นำไปคิด และใช้ชีวิตที่มีสุขที่สงบนะคะ :)


แปลโดย คุณปริม ทัดบุปผา มิตรจากแดนไกล ผู้รู้จักกันในงานเขียน



Friday, 24 June 2011

กุศลกรรม - อกุศลกรรม




กุศลกรรมใดที่ทำมา  เมื่อหวนคิดถึง  ย่อมทำให้ใจเบิกบาน

อกุศลกรรมใดที่ทำมา  เมื่อหวนคิดถึง  ย่อมทำให้ใจเศร้าหมอง

ดังนั้นหากต้องการจิตที่เบิกบานทุกขณะจิต ไม่เศร้าหมอง  ก็จงใช้ชีวิตด้วยการสร้างกุศลกรรมสมำเสมอ ค่อยๆละ ลด เลิก การก่ออกุศลกรรม ต่อกันเถิด เชื่อว่าทุกท่านที่เข้ามาอ่านนี้ได้ผ่านชีวิตอย่างน้อยมาเกือบครึ่งชีวิต บางคนก็เกินแล้ว ยังเหลือเวลาที่จะจะสร้างสิ่งที่ดีๆ อีกไม่มากนัก (ไม่ถึงร้อยปี :)

ลองทบทวนดูที่ผ่านมา และที่กำลังจะผ่านไป ว่าเราได้สร้างสิ่งดีๆให้กับสังคม และชีวิตไว้มากน้อยเพียงใด แล้วเราจะรู้สึกเบิกบานกับสิ่งดีๆที่เราทำไปแล้ว และเราจะดำรงชีวิตที่เหลือต่อไปด้วยความเบิกบาน

 มาช่วยกันสร้างกุศลกรรมต่อๆไป และดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาทเถิด

Saturday, 18 June 2011

When Opinions Conflict


 by Buddhadasa Bhikkhu




Between oneself and others, or even among ones own opinions, there are always two sides.

The best approach is to choose the way that is or must be truly beneficial for all.There's no need for anyone to be wrong or right, loser or winner.

If we insist on talking in terms of who is right, there won't be even a smidgen of Buddhist left, because of the power of    " me " & "mine".



Thursday, 16 June 2011

ทำงานด้วยจิตว่าง

ส่วนหนึ่งที่ได้จากการฝึกอบรมพระนักเทศน์ทั่วภาคใต้ (2)
ทำงานด้วยจิตว่าง



 งานอบรมการจัดอบรมพระนักเทศน์ทั่วภาคใต้ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเจ้าคณะภาค 16 เป็นประธานการจัดงาน ก็เสร็จสิ้นผ่านไปอีกครั้ง ในงานครั้งนี้ก็มีทั้งฆราวาสและบรรพชิตมาช่วยงานกันมาก โดยเฉพาะภัตตาหารทุกมื้อ ปานะ เพียบพร้อม ต้องบอกว่าเหลือเฟือ เห็นแล้วปลื้มใจแทนเจ้าคณะภาค 16 และคณะทำงาน งานสำเร็จลุล่วงด้วยดี จะมีพระนักเทศน์ฝีปากกล้าคารมธรรมคมคายเพิ่มประดับวงการสงฆ์อีกหลายสิบรูป บางรูปก็คงกลับไปฝึกฝนต่อเพิ่มขึ้น ปีหน้าก็จะมีการจัดอบรมเช่นนี้อีก (เป็นครั้งที่ 5)

 ในวันที่สามของการจัดอบรม พระราชปฏิภาณมุนี (ท่านเจ้าคุณบุญมา) วัดประยูรวงศาวาส ได้มาบรรยายถวายความรู้แด่พระสงฆ์ ตอนหนึ่งที่ท่านพูดถึงคือ คำกล่าวของท่านพุทธทาสภิกขุ ที่สอนให้เรา ทำงานด้วยจิตว่าง คนส่วนใหญ่เคยได้ยินคำกล่าวนี้มาแล้ว บางคนได้ยินแล้วได้คิด บางคนอาจแค่ได้ยินแล้วผ่าน บางคนได้ยินแต่ไม่เข้าใจ บางคนเข้าใจแล้วปฏิบัติตาม แล้วคุณอยู่ในประเภทไหนเอ่ย ?? 


เผื่อใครที่ยังอาจสับสนอยู่ว่าจะทำงานด้วยจิตว่าง ทำได้อย่างไร? เป็นไปได้หรือ? ถ้าเราเข้าใจให้ถูกต้องก็ทำได้ไม่ยากเลย


อยู่ที่ว่า  ทำงานด้วยจิตว่างนั้น  จิตว่างจากอะไร ตรงนี้คือ การว่างจากการยึดติด ว่างจากการหวังเกียรติยศ หน้าตา ตำแหน่ง หรือผลประโยชน์อื่นใดที่นอกจากผลของงานนั้น

ดังนั้นถ้าเราทำงานเพื่อผลของงาน เพื่อความสำเร็จของงาน เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม องค์กร หน่วยงาน ไม่คิดถึงผลประโยชน์ส่วนตน ก็เป็นการทำงานด้วยจิตว่าง  ทำแล้วต้องบอกว่าเกิดสุขทุกสถาน ผลของงานที่ได้เกิดประโยชน์ เป็นการฝึกจิต ขัดเกลาตัวเอง จิตผู้ทำจะรู้สึกเป็นสุข เกิดปิติขึ้นเอง   นี่เป็นผลที่ได้จากการทำงานด้วยจิตว่างอย่างแท้จริง ลองทำดูนะคะ

Monday, 9 May 2011

การแผ่เมตตา

การแผ่เมตตา



เราทุกคนรู้จักคำว่าเมตตาเป็นอย่างดี เพราะเราจะถูกสอนแนะนำว่า สวดมนต์ ทำบุญ หรือตักบาตรแล้วอย่าลืมแผ่เมตตาด้วย แล้วเราก็แผ่เมตตาตามบทที่เคยท่องอ่าน หรือว่าตามๆกัน แล้วจบ 
 ลองอ่านข้อความต่อไปนี้ดูนะคะ

เมตตาเป็นความรัก ความปรารถนาดีให้ผู้อื่นมีความสุข เป็นความรักที่บริสุทธ์
ดังนั้น หากเราหมั่นอบรมจิตใจให้เมตตาตั้งขึ้นในจิตใจได้
จิตใจก็จะพ้นจากโทสะพยาบาท
ผู้ที่จะแผ่เมตตาได้จะต้องทำใจตัวเองให้มีเมตตาก่อน
โดยฝึกจิตใจตัวเองให้อ่อนโยน สงบเย็น
แล้วจึงแผ่เมตตาแก่ผู้อื่น
เพราะการจะแผ่สิ่งใดออกมาได้
จิตใจจะต้องมีคุณสมบัตินั้นอย่างแท้จริงก่อน
และผู้รับย่อมรับรู้ได้ถึงสิ่งนั้น


ดัดแปลงจาก ละความโกรธด้วยความรักและเมตตา
จากหนังสือ เหตุสมควรโกรธ..ไม่มีในโลก
พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก
ที่มาภาพ: japanwallpaper.blogspot.com

Friday, 29 April 2011

Mind

MIND


Mind is the starting point, the focal point, and the culminating point.
Mind is the master of the body , the master of all situations.


Everything depends on the mind.
We must deal with the mind so that life is cool and peaceful, with the instincts in proper balance as they ought to be.

note: the green alphabets ...by Buddhadasa