Showing posts with label มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. Show all posts
Showing posts with label มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. Show all posts

Monday, 24 October 2011

น้ำท่วม น้ำคำ น้ำใจ..บอกต่อๆ


meepole สองสามวันนี้ฟังข่าวแล้ว หลายเรื่องเห็นใจคนที่มีน้ำใจพยายามช่วยเหลือส่วนรวม แต่โดนคำพูดที่สามารถบั่นทอนกำลังใจในยามเหนื่อย สิ่งที่คนอยู่ไกลสามารถทำได้ตือ การให้กำลังใจอย่างเต็มที่ เลยไปเขียนไว้ที่นี่http://meepolen.blogspot.com/ แต่อยากให้คนมาอ่านได้บอกต่อ ให้กำลังใจต่อๆกัน จึงขอนำมาลงซ้ำที่นี่ คงไม่ว่ากัน เราช่วยอะไรได้ก็ทำกันแม้กระทั่งช่วยกัน
 ให้กำลังใจคนดี ให้เขามั่นคง ทำดีต่อไป

เช้านี้ดูข่าวช่อง 3 มีนักข่าวถามผู้ที่จะอพยพออกจากศูนย์ช่วยเหลือของธรรมศาสตร์ที่เคยช่วยพวกเขาไว้เมื่อหลายวันมาโดยตลอด แต่ตอนนี้ธรรมศาสตร์ถูกน้ำท่วม ถูกตัดไฟ เดือดร้อนเหมือนที่อื่นๆแล้ว สิ่งที่เขาได้มีน้ำใจช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อ การอำนวยความสะดวกต่างๆลดลง การอพยพที่มากขึ้นทำให้แออัดไม่สบายเหมือนก่อน และความสบายกำลังหมดไปเพราะถูกตัดไฟเพื่อความปลอดภัยเช่นกัน ทุกคนที่เป็นอาสาสมัครช่วยเหลือที่ไปๆมาๆก็เหนื่อยล้า และการเดินทางมาก็ลำบากแล้ว

ในศูนย์ช่วยเหลือมีผู้อพยพมาพึ่งเกือบ 4000 คน  นี่คือคำพูดส่วนหนึ่งที่คนอพยพกลุ่มนี้ตอบนักข่าว " อยู่ไม่ได้แล้วตอนนี้ต้องอพยพขึ้นชั้นบน ไปรวมกันกับที่มีอยู่เดิม  เขาปิดแอร์ แอร์ก็ไม่มี ร้อนมาก เด็กจะแก้ผ้านอนอยู่แล้ว เขาร้อน ชัก พัดจนเหนื่อยทำให้รู้สึกหายใจไม่ออก อาหารเพิ่งได้กินมื้อเดียว ร้อนมาก ญาติที่เป็นมะเร็งลำไส้ทรมาณ เขาจะช่วยย้ายไปรักษาที่โคราช ก็ไม่ไปเพราะเขาให้ไปคนเดียว ตอนนี้ลำบากมาก ต้องเดินออกมา ทหารไม่มาส่ง ....." น่าสงสารน้ำเสียงที่ขุ่นเคืองและใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ ความเหน็ดเหนื่อย ความกังวลในเรื่องของตัวเอง การที่ตัวเองและญาติเดือดร้อน การที่ตัวเองและญาติไม่ได้รับความสะดวก การที่ญาติและตัวเองยังไม่ได้รับการบริการที่เร่งด่วน ...meepole ก็ดูด้วยความอึดอัด โชคดีมากที่ผู้สื่อข่าวที่กำลังสัมภาษณ์มีความคิด ไม่ไช่หุ่นยนต์หาข่าว จึงได้ตอบเขาไปทันทีที่เขาพูดว่าว่า "เขาปิดแอร์ แอร์ก็ไม่มี ร้อนมาก" ว่า  ไฟฟ้าของมหาวิทยาลัยเขาถูกตัด เป็นการเตือนสติเขาได้บ้าง ว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้ปิดแอร์ เขาบริการเปิดให้มาโดยตลอด (24 ชั่วโมง) แต่ตอนนี้จำเป็นน้ำท่วม หากไม่ปิดไฟ ใครถูกช็อตตายไป ก็ถูกตำหนิอีก โดนทั้งขึ้นล่อง


 ....ตัดมาที่ห้องข่าว คุณสรยุทธ์ก็ช่วยแก้ให้ทหารทันทีเช่นกันว่า  ผมขออธิบายที่พูดว่า "ทหารไม่มาส่ง" ว่า "ผมอยู่และเห็นการทำงานของทหารที่นั่น เขาเหนื่อยกันมากในการพยายามทำงานเพื่อช่วยส่วนรวม ทำสะพานหลายจุดเพื่อให้พวกเขาได้เดินข้ามออกมา ทหารมาทำงานตั้งแต่ตี 5 และเร่งทำงานกันทั้งวันทั้งคืน เพื่อทำในสิ่งที่รองรับส่วนรวมที่กำลังเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน" meepole ฟังแล้วโดนใจ เป็นสิ่งที่อยากบอกหลายๆคนที่เดือดร้อนเช่นกันว่าตอนนี้ทุกคนต้องพยายามมองอะไรให้ออกไปไกลตัวหน่อย เพราะทุกคนพยายามในสิ่งที่ดีที่สุดที่จะช่วยเหลือกัน แต่ตัวเองต้องช่วยเหลือตัวเองก่อนเท่าที่ทำได้และไม่ต้องกล่าวโทษใคร เพราะการคาดหวังจะรับอย่างเดียวตลอดเวลาจากเหตุการณ์ที่ส่วนรวมมากมายเดือดร้อนให้ทันใจถูกใจทุกคนย่อมเป็นไปไม่ได้ ต้องเข้าใจกัน (กรณีนี้ไม่ขอใช้คำว่า "ให้อภัยกัน" เพราะอาสาสมัคร ทหาร หรือคนที่มาช่วยเหลือ บางครั้งการที่พวกเขาไม่ได้ช่วยเหลือคนใดคนหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนั้นไม่ผิด เพราะพวกเขาก็มีภาระเร่งด่วนที่จะต้องช่วยทำภาระกิจเรื่องด่วน เรื่องใหญ่ ฉุกเฉินกว่า) ดังนั้นในภาวะเช่นนี้ หากพอดูแลตัวเองได้ต้องทำ และไม่ควรกล่าวโทษใคร ให้เกิดการเข้าใจผิด หรือบั่นทอนกัน คิดดี คิดให้ถูกก็ลดทุกข์ คนอื่นอีกมากมายที่เดือดร้อนกว่ายังมี

หลังจากนั้นรองอธิการ มธ.คนหนึ่งก็ออกมาพูดตอนหนึ่งถูกใจมากว่า " เราที่นี่เป็นศูนย์ช่วยเหลือ ไม่ไช่ที่กักกัน ดังนั้นตอนนี้เมื่อไม่สะดวกแล้ว แอร์ไม่สามารถเปิดได้ 24 ชั่วโมงเหมือนที่ผ่านมาน้ำประปาที่ต้องปั้ม  เครื่องปั๊มไม่สามารถทำงานได้เพราะน้ำท่วม (ปั๊มก็คงทำงานหนักมากในช่วงนี้) ดังนั้นใครจะย้ายออกไปก็สามารถไปได้ตลอดเวลา... และตอนนี้อาสาสมัดรของเราก็มีน้อยลงเพราะเหนื่อยล้า แม่ครัวก็กลับกันหลายคน ทำกันมาหลายวัน  และเดินทางมาลำบากแล้ว ....." พร้อมกับประกาศหาอาสาสมัครมาช่วยซึ่งต้องการอีก 400 คน

อยากให้ผู้ติดตามข่าวแต่ละข่าว รู้จักแยกแยะระหว่างคำพูดของคนที่ต้องการจะรอรับความช่วยเหลือและไม่ได้ดั่งใจ กับผู้ที่พยายามที่จะเร่งและทำงานช่วยเหลือ ที่ไม่ได้ช่วยเพียงจุดเดียว เรื่องเดียว ที่ทำไม่ได้ดั่งใจ ทันใจ คนรอคอย รอรับความช่วยเหลือ ที่มีมากมาย

และสิ่งที่ meepole อึดอัดใจ ก็มีคนมาช่วยให้ความยุติธรรมกับพวกเขา รั้วของชาติ ด้วยข่าวและภาพนี้

"คำขอบคุณและแรงใจ มอบให้ทหารช่วยน้ำท่วม"


หากใครดูแล้วเข้าใจพวกเขา ขอบคุณพวกเขา (ทุกฝ่ายที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือ) ที่ทำดีที่สุดแล้ว ก็อยากให้ช่วยบอกต่อๆกัน การได้สรรเสริญและเผยแพร่ความดี ของคนทำดี  น้ำท่วมบ้าน อย่าให้น้ำท่วมใจ อย่าให้น้ำท่วมปาก ช่วยกันยกย่องคนทำดี อย่าให้มีการบั่นทอนกันด้วยน้ำคำในภาวะวิกฤตเลย ก็เกิดกุศลและเป็นสิ่งที่เราช่วยกันได้ในขณะนี้ค่ะ

Tuesday, 30 August 2011

คุณความดี..ที่ต้องสืบต่อ

คุณความดี..ที่ต้องสืบต่อ



เมื่อวานอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ขณะเดินผ่านคณะนิติศาสตร์ ก็รับรู้ถึงบรรยากาศดีๆ ปลื้มใจในสิ่งดีๆที่อาจารย์หรือใครก็ตามที่เป็นต้นคิดทำในสิ่งนี้ คือให้มีการยกย่อง ระลึกถึงเกียรติคุณ คุณูปการ คุณงามความดีต่างๆที่ท่านเหล่านั้นได้ทำมาทั้งแก่สังคมภายนอก และแก่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สิ่งที่เห็นคือที่ผนังของเสาหน้าตึกที่มีเนื้อที่เพียงเล็กน้อย ก็มีรูปถ่าย รูปวาด และประวัติย่อๆ ของอาจารย์หลายๆท่านที่ได้เข้ามาเป็นอาจารย์ที่นี่รวมทั้งอาจารย์พิเศษที่เชิญมาสอนด้วย เช่น ท่านไพโรจน์ ชัยนาม ศาสตราจารย์ ดร.จิ๊ด เศรษฐบุตร ศาสตราจารย์ ดร.จิ๊ด เศรษฐบุตร  ศาสตราจารย์ ดร. หยุด แสงอุทัย เป็นต้น แม้ว่าจะเป็นส่วนเล็กๆที่เขียนด้วยกระดาษปะติดไว้  แต่ก็แสดงให่เห็นถึงความรู้สึก ความคิดของอนุชนรุ่นหลังที่รู้จักยกย่อง ผู้ที่สมควรได้รับการยกย่อง และจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้เยาวชนรุ่นหลังได้ศึกษาคุณความดีของท่าน และเรียนรู้ว่า หากทำหน้าที่ให้ถูกต้อง ทำคุณงามความดีให้ปรากฏ ก็จะได้รับการเชิดชูยกย่อง แม้ว่าบางท่านจะไม่เด่นดังระดับประเทศ ระดับโลก แต่การได้รับการยกย่องเชิดชูในสถาบันที่ท่านเคยทำงานอยู่ ให้ปรากฏแก่อนุชนรุ่นต่อๆไปนั้น นับเป็นชื่อเสียง ความภาคภูมิใจแก่วงศ์ตระกูลและแก่สถาบันนั้นเองด้วย


ที่กำแพงตึกด้านหน้าก่อนเข้าคณะมีข้อความที่ติดไว้เป็นคำกล่าวของศาสตราจารย์ จิตติ ติงศภัทิย์

“การทำงานต้องบริสุทธิ์ ให้บรรลุผลสุดท้ายคือ ความยุติธรรม”

อ่านแล้วสะท้อนถึงอะไรๆหลายอย่างในสังคมขณะนี้ และหวังว่าคงยังมีลูกศิษย์ของท่านที่มีปณิธาณที่จะดำเนินชีวิตการทำงาน และมีมโนธรรมเยี่ยงท่านอยู่ ทำงานอุทิศตนเพื่อ รับใช้ชาติด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และมีคุณธรรมอันประเสริฐ เป็นแนวทางแห่งการดำเนินชีวิตที่มีคุณค่าของคนรุ่นหลังต่อไป
ในมหาวิทยาลัยยังมีอนุสาวรีย์รูปหล่อของผู้มีคุณูปการแก่มหาวิทยาลัยและแก่ประเทศชาติอีกหลายท่านเช่น ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์  อาจารย์ป๋วย อึ้งภากร อาจารย์ปรีดี พยมยงค์ เป็นต้น

และอยากให้ทุกๆสถาบันได้มีการยกย่องบุคคลที่ดี มีคุณธรรม สร้างสรรค์สิ่งดีๆแก่สังคม สมควรแก่การยกย่อง เพื่อชนรุ่นหลังได้เรียนรู้ และถือเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต สังคมไทยเราจะได้มีคนดี ที่ดีจริงๆสืบต่อไป เหมือนดังที่เราเคยพูดกันว่า “กรุงศรีอยุธยา ไม่สิ้นคนดี”

เรามาช่วยกันยกย่องคนดี และทำความดีเพื่อส่วนรวม เพื่อให้คุ้มค่าที่เกิดมาเป็นคน กันเถอะค่ะ


เพิ่มเติม


ศาสตราจารย์ จิตติ ติงศภัทิย์ เป็นนักกฎหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดท่านหนึ่งในวงการกฎหมายไทยเท่าที่เคยปรากฎมา ท่านได้ชื่อว่าเป็นบรมครูแห่งวงการกฎหมายไทยแนวความคิดทางกฎหมายของท่านยังคงมีอิทธิพลมากต่อวงการศึกษากฎหมายไทย และจริยธรรมอันดีงามของท่านนั้นเป็นแบบอย่างที่ดีให้นักกฎหมายยึดถือปฏิบัติเสมอมาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน

เมื่อท่านได้ลาออกจากราชการไปรับตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานกฎหมาย ธนาคารแหดงประเทศไทย ท่านให้ข้อคิดว่า

"ในฐานะที่เป็นนักกฎหมาย แม้จะมาทำงานทางด้านบริหาร ก็ต้องถือว่าความเห็นในทางกฎหมายต้องอิสระ นักกฎหมายจะต้องไม่ยอมเป็นเครื่องมือในทางนอกกฎหมายของใครทั้งนั้น "

สำหรับการดำรงตนในวิชาชีพผู้พิพากษา ท่านได้ให้ข้อคิดว่า

"ผู้พิพากษาที่ดีนั้นจะต้องวางตัวอยู่ในกรอบแห่งธรรมเนียมของวิชาชีพ ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ข้อสำคัญก็คือจะต้องไม่ทำตัวให้คนสงสัยว่าเราไม่ได้ให้ความเป็นธรรมแก่เขา"