Showing posts with label โครงงานวิทยาศาสตร์. Show all posts
Showing posts with label โครงงานวิทยาศาสตร์. Show all posts

Thursday, 25 August 2011

ดาบสองคม: กิจกรรมวิทยาศาสตร์กับครู

กิจกรรมวิทยาศาสตร์กับครู (บางคน) ผู้ไล่ล่า


เมื่อวานสอนเสร็จมีเวลาแวะไปคุยกับอาจารย์น้องๆ ตอนหนึ่งก็คุยเรื่องวันวิทยาศาสตร์ว่าไปดู ไปศึกษาอะไรมาบ้าง ก็คุยกันเรื่องโครงงานวิทยาศาสตร์ต่อว่าเห็นความผิดพลาดที่เป็นเรื่องแปลกใจสำหรับอาจารย์รุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้ามารับรู้ เช่น วัตถุประสงค์กับเนื้อหาเรื่องที่ทำไม่สอดคล้องกัน ตัวแปรผิด วิธีการศึกษาที่ใช้ผิด (อันนี้ค่อนข้างมาก) สิ่งเหล่านี้ถ้าไม่มาเห็นเองก็จะคิดว่าไม่น่าจะถือสาอะไร เพราะเด็กนักเรียนทำ แต่จริงๆแล้วมันไม่ไช่เช่นนั้นเพราะเด็กทุกกลุ่มจะมีอาจารย์ที่ปรึกษา 1-3 คน และที่เป็นห่วงคือทักษะกระบวนการทำ ที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลอย่างมากต่อเจตคติทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่ถูกต้องให้เด็ก เด็กยังคงต้องการการเอาใจใส่ ความรู้ และที่สำคัญยิ่งคือความคิดที่ถูกต้อง ทั้งๆที่กิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ เป็นสิ่งที่ดีมากในการจะพัฒนาความคิด ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้แก่เด็ก แต่หากสิ่งนี้ได้ถูกนำมาสอนอย่างผิดๆ ทำให้เด็กเรียนรู้สิ่งที่ไม่ถูกต้องตั้งแต่ระดับประถมแล้วกิจกรรมนี้เป็นดาบสองคมที่อันตรายจริงๆ

 meepole ไม่อยากเขียนบันทึกเรื่องนี้มากนักเพราะไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้อย่างไร เพราะตราบใดที่ยังเป็นนโยบายที่ให้ทุกโรงเรียนเรียนวิชาโครงงาน มีการทำโครงงาน อาจารย์พร้อมหรือไม่ไม่คำนึงถึง แต่อาจารย์ก็ต้องการปริมาณงาน ผลงาน สำหรับการประเมิน จากหลายๆด้าน ก็ต้องทำและหลายๆคนก็ไม่ได้คิดคำนึงถึงผลเสียที่ได้ปลูกฝังสิ่งที่ไม่ถูกต้องให้เด็ก ไม่แน่ใจว่าปีนี้จะมีทีมตัวแทนให้มาพูดเสนองานอย่างเดียวโดยไม่ได้เป็นผู้ทำอีกหรือไม่ เพราะเมื่อสามปีที่แล้ว meepole เป็นกรรมการตัดสินโครงงานวิทย์ฯ สอบสัมภาษณ์เด็กจนเด็กสารภาพว่าไม่ได้เป็นกลุ่มที่ทำงานนี้ แต่กลุ่มที่ทำตัวจริงไปเสนองานเดียวกันที่อีกสถาบันหนึ่ง ??  ก็เพิ่งเข้าใจว่าตอนนี้เป้าหลักของการทำโครงงานเน้นกันที่การได้รางวัล การไล่ล่ารางวัลของครู

มีคนเคยบอกให้ฟังเช่นกันว่า การได้รับรางวัลของครูจากผลงาน กิจกรรมต่างๆในวันวิทยาศาสตร์ มีผลต่อประเมินผลงานครูและโรงเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงงานวิทยาศาสตร์ มีรางวัลจูงใจสูงกว่ากิจกรรมอื่นๆและสามารถส่งออกถึงระดับนานาชาติได้ และก็เคยมีการทำสำเร็จมาแล้ว แม้ว่างานบางชิ้นที่ได้รางวัลจะลอกแบบมา สั่งทำ หรือฯ แต่มีกรรมการไม่กี่คนที่จะเอาใจใส่ หรือระมัดระวังเรื่องเหล่านี้ เพราะอาจไม่คิด หรือคิดไม่ถึงก็ได้ว่าจะมีครูที่สามารถทำเช่นนี้ สอนสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ทำสิ่งที่ไม่ควร ให้เด็กผู้ได้ชื่อว่าเป็น "ลูกศิษย์" ได้ และครูบางคนสามารถล่ารางวัลได้ทุกปีโดยไม่มีใครสงสัยเพราะลักษณะคนไทยมักคิดเสมอว่าคนเคยได้รางวัลมาแล้วก็ต้องเก่งต้องดีเสมอ และนี่ก็ทำให้คนทำผิดลอยนวลในสังคมครูต่อไป ที่น่าเป็นห่วงก็คือเยาวชนของชาติ meepole ได้แต่เศร้าใจจริงๆกับการกระทำของ "ครู" บางประเภทที่เป็นผู้ล่า (รางวัล) ในปัจจุบัน

Saturday, 20 August 2011

ดาบสองคม

ดาบสองคม ... เมื่อสองมือนั้นไม่ไช่เป็นผู้สร้าง



สัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ มาถึงอีกแล้ว มหาวิทยาลัยทั่วประเทศก็มีการจัดงานนี้ มีกิจกรรมแข่งขันทางวิทยาศาสตร์ต่างๆมากมาย และก็พ่วงคณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์เพิ่มไปด้วย จุดเด่นของงานนอกจากนิทรรศการที่แต่ละภาควิชาจัดแสดงแล้ว ก็มีการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ที่ส่งจากโรงเรียนต่างๆ โดยนักเรียนในระดับต่างๆตั้งแต่ประถมศึกษา จากการได้คลุกคลีกับกิจกรรมเหล่านี้มานานตั้งแต่ปี 2530  ในทุกรูปแบบทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง ก็เห็นการเปลี่ยนแปลงของการจัดกิจกรรมนี้เรื่อยมา และยิ่งการที่ได้กลับมาครั้งหลังสุดนี้โดยมาอยู่ในสถาบันแห่งนี้ ได้เห็นการจัดประกวด แข่งขันกิจกรรมวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะที่สำคัญคือโครงงานวิทยาศาสตร์ ที่ถูกส่งจากโรงเรียนต่างๆเข้ามา ทำให้รู้สึกเป็นห่วงเยาวชนและอนาคตของชาติในการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์อย่างมาก หากใครได้มารู้เห็นความจริงที่เป็นอยู่ และรับรู้ความไม่ถูกต้องที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่มีใครซื่อสัตย์จริงจังต่อเป้าหมายการประกวด ตอนนี้ส่วนใหญ่เป้าหมายหลักของครูบางคนอยู่ที่การแข่งขันเพื่อให้ได้รางวัลมา  หากกรรมการเอาใจใส่ มีความรับผิดชอบจริงๆ และมีความเข้าใจงานวิจัยจริง ก็จะทำให้เกิดการพัฒนาในทางที่ดี ผิดพลาดน้อยลง และไม่ให้มีความไม่ถูกต้องเช่นนั้นเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก จนเข้าสู่ระดับประเทศได้ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องของหลายฝ่ายที่ต้องมีมโนสำนึกและทำหน้าที่ของตนด้วยความเอาใจใส่ ต้องคิดให้ได้ว่าการปลูกฝังสิ่งที่ผิดให้กับเด็กเป็นเรื่องไม่ควรปล่อยปะละเลย

 แต่ที่สำคัญหลายสิบ หลายร้อยผลงานที่ไม่ผ่านไปใหน แต่นักเรียนได้เรียนรู้ทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ผ่านการทำโครงงานแบบที่ไม่ถูกต้อง เกิดเจตคติทางวิทยาศาสตร์ที่ผิด ผิดตั้งแต่ครูที่สอนผิดอาจเพราะเข้าใจผิดและบางคนไม่ต้องสอนแต่สั่งให้ทำ ครูบางส่วนที่ต้องทำปริมาณงานก็จะเอาแต่ผลงานจะทำในรูปแบบใดก็ได้ขอให้มีผลออกมา จริงๆมีอีกมากมายที่ meepole พบเห็นและอยากเขียน แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขียนแล้วจะเกิดประโยชน์อันใด เพราะไม่มีผู้บริหาร หรือผู้เกี่ยวข้องคนใดจะรับผิดชอบเอาใจใส่ meepole ได้เคยคุย เคยพูด และสอนตอนอบรมการทำโครงงานให้ครูในอดีต ตอนนี้อยากให้มีใครเอาจริงเอาจังกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ไช่ความผิดของเด็ก เพราะเขาเหล่านั้นเป็นเครื่องมือของผู้ได้ชื่อว่า "ครู" น่าเสียใจจริงๆ ที่ครูบางคนในยุคปัจจุบันสองมือนั้นไม่ไช่เป็นผู้สร้าง อยากให้มีสำนึกเกิดในใจของครูผู้สอนที่ให้เด็กทำและเรียนรู้ในสิ่งผิด หรือไม่เอาใจใส่ละเลย กลับใจละอายใจในสิ่งที่ทำ แม้ผลงานท่านจะโด่งดังระดับประเทศเพราะกรรมการที่ไม่เอาใจใส่ หรือเผลอดูแต่รูปแบบและรายงานที่ฉาบฉวย ได้รางวัลเป็นที่รู้จัก แต่เบื้องหลังการให้โอกาสเช่นนั้นกับครูบางคนเหล่านี้ถือเป็นดาบสองคมเพราะเขาก็ยังทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องเหล่านั้นตลอดมาและที่ร้ายที่สุดคือ การสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ๆให้เรียนรู้การกระทำที่ผิด ไม่รับผิดชอบ เห็นกลโกงเป็นสิ่งที่ได้รางวัลหากกรรมการจับไม่ติด

ตอนนี้วันวิทยาศาสตร์สำหรับ meepole จึงเป็นเรื่องเศร้าทุกครั้งเมื่อไปเดินดูผลงานโครงงานวิทยาศาสตร์ และสัมภาษณ์เด็ก พบว่าเด็กจะมีความพยายามตั้งใจที่จะตอบอธิบาย แต่เพราะเขาไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาทำ และเข้าใจผิด ทำผิด และพยายามอธิบายด้วยจิตที่บริสุทธิ์ ทำให้เกิดความเอ็นดู ห่วงใยและมองหน้าเขาแล้วคิดว่าทำไมครูที่ปรึกษาของเขาไม่เห็นเพชรเม็ดงามเหล่านี้หรืออย่างไร ?? ทำไมละเลยปล่อยเขาให้มีความเข้าใจผิดเช่นนี้ได้ลงคอ กลุ่มไหนที่หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องได้รางวัลก็เอาใจใส่ อีกหลายสิบกลุ่มก็แล้วแต่จะทำกันมา ทำให้เป็นห่วงอนาคตการพัฒนาความคิดทางวิทยาศาสตร์ของเด็กไทย และเข้าใจแบบเงียบๆว่าไม่แปลกใจที่ทำไมประเทศเราจึงมีการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ล้าหลังประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาก รูปแบบเป้าหมายของการจัดงานนี้ดี แต่วิธีการที่ปัจจุบันมีผลประโยชน์ต่างๆแอบแฝง ทำให้ความตั้งใจที่จะพัฒนากระบวนการคิดเหล่านั้นถูกบิดเบือน

หากไม่มีใครสนใจหรือตระหนักสิ่งนี้จริงจัง โดยคิดเห็นว่าเป็นเรื่องเล็ก ไม่เริ่มสำรวจตรวจสอบความจริงแล้วแก้ไขกัน  ก็น่าเป็นห่วงอนาคตการพัฒนาของประเทศไทยจริงๆ เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนเรื่องเจตคติทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่เรากำลังทำให้ครูที่ต้องการหาทางออก และเด็กที่เป็นเยาวชนของชาติเรียนรู้ คิด ทำในสิ่งที่ผิดเป็นถูก โกงได้ ทุกรูปแบบ ส่งผลถึงความคิดที่บ่มเพาะจนนำมาใช้ในการดำเนินชีวิตที่ถูกผิด ดีชั่วไม่สำคัญ ขอให้ชนะเป็นพอ น่าเศร้าจัง