Showing posts with label สำนึก. Show all posts
Showing posts with label สำนึก. Show all posts

Monday, 23 July 2012

GT 200 สู่สำนึกลิง สำนึกคน (2)


จากข่าวที่พาดหัวข่าวไว้ว่า สะเทือนใจ! กอริลลาช่วยกันถอดกับดักของมนุษย์
มาถึงข่าว หมอพรทิพย์ แจงจัดซื้อ จีที200 ตามขั้นตอน http://hilight.kapook.com/view/73985

Meepole อ่านแล้วสะเทือนใจข่าวหลังมากกว่า เพราะเคยมีความชื่นชอบในการปฎิบัติหน้าที่ที่ผ่านมา การแสดงออกที่เคยได้รู้จากสื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้มีความรู้ มีความกล้าในการแสดงออก และมีจุดยืนในการทำงาน และโน้มไปในทางที่มีจิตสาธารณะ ทำให้มองไปว่าเป็นผู้มีความรับผิดชอบ เคร่งครัดในหน้าที่ แม้มีบ้างที่บางข่าวที่เคยออกมาทำให้ต้องยอมรับต่อความจริงของคนว่าไม่มีใครสมบรูณ์แบบ แต่ข่าวที่ออกมาล่าสุดสามารถลบภาพสวยงามให้เลอะเลือนอย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยเหตุผลที่ง่ายๆว่าในบทบาทของความเป็นแพทย์ที่ต้องช่วยชีวิตมนุษย์ เห็นชีวิตมนุษย์มีค่า กลับยืนยันยอมรับเครื่องตรวจหาวัตถุระเบิดจีที 200 ว่าไม่ใช่เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ หากใช้ตรวจหาวัตถุระเบิดได้ผลร้อยละ 20 ก็ถือว่ายอมรับได้แล้ว และหน่วยงานสถาบันนิติฯของท่านได้จัดซื้อในราคาที่สูงมากกว่าหลายๆหน่วยงานมาก เป็นกรณีศึกษาด้านจริยธรรม คุณธรรม มโนธรรม และเรื่องของ "คน" ได้ดี

หากคิดแทนพ่อแม่ญาติพี่น้องของผู้ต้องนำเครื่องมือที่ได้ผลร้อยละ 20 ไปเดินตรวจหาวัตถุระเบิด ว่าหากลูกต้องมีความเสี่ยงตายสูงถึง 80% เขาจะรู้สึกอย่างไร  เพราะการยอมรับ หรือ ไม่รู้ว่าถูกหลอก (ไม่น่าเชื่อ เพราะไม่น่าโง่จริงๆ) ทำให้จัดซื้ออุปกรณ์ดังกล่าวด้วยเงินภาษีของคนในชาติ (ของmeepoleด้วย) ไม่ต่ำกว่า 300ล้านบาท และชีวิตของคนที่นำไปใช้ คิดว่าจะตีราคาเท่าไหร่............ได้เคยอ่านข้อเขียนของพระไพศาล วิสาโล และของใครบางคนที่เขียนไว้ซึ่ง meepole ได้เก็บโน้ตไว้น่าจะนำมาประกอบเรื่องนี้ได้ดี..........

จิตสำนึกและความรับผิดชอบส่วนตัว (personal accountability) สำนึกความรับผิดชอบ (SENSE OF RESPONSIBILITY) ในการทำงานตามหน้าที่และความรับผิดชอบถือเป็นสิ่งที่แต่ละคนควรยึดถือให้ดีที่สุด แต่ที่สำคัญการทำงานในยุคใหม่นั้นความรับผิดชอบเพียงประการเดียวไม่เพียงพออาจจะต้องมีความรู้ความสามารถ และต้องมีความเชี่ยวชาญคือไม่ใช่เพียงแต่ทำงานเป็นอาชีพ แต่ต้องทำงานอย่างมืออาชีพ(Professional) ด้วย

สำนึกความซื่อสัตย์ (SENSE OF INTEGRETY) ในบทบาทนี้เป็นสิ่งที่ปุถุชนคนดีพึงกระทำคือความมีคุณธรรม จริยธรรมในการทำงาน

ความรู้ผิดรู้ชอบในมโนธรรมสำนึกคน เป็นมโนธรรมสำนึกที่บอกเราว่าความถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าอำนาจ แต่นับวันเราจะมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกันน้อยลงทุกที การคิดคำนวณถึงผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นทำให้เราปิดใจไม่รับรู้ความเจ็บปวดของเพื่อนมนุษย์ และเฉยชาต่อเสียงร้องของมโนธรรมสำนึกภายใน แต่เราจะรู้หรือไม่ว่าการกระทำเช่นนั้นยิ่งทำให้จิตใจของเราแข็งกระด้าง และลดทอนความเป็นมนุษย์ของเราให้เหลือน้อยลง

จะสังเกตว่าสัตว์ไม่เคยเถียงกันว่า ใครผิด ใครถูก มันคงไม่มีปัญญาพอที่จะตั้งมาตรฐานถูก-ผิดอย่างมนุษย์

ฟื้นความเป็นมนุษย์และความรู้สึกผิดชอบชั่วดีให้กลับคืนมา อย่าโยนหน้าที่ให้ศาลเป็นผู้ตัดสินความถูก-ผิด ไม่ว่าจะทำอะไรไปก็ตาม ควรให้มโนธรรมสำนึกในใจของเราเป็นเครื่องตัดสิน เมื่อผิดควรยอมรับด้วยตนเองว่าทำผิด ไม่ใช่ให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน เพราะหากปล่อยให้เป็นหน้าที่ของศาลหรือใครก็ตาม ไม่ช้าไม่นานสำนึกในความผิดชอบชั่วดีของเราก็จะปลาสนาการไป ถึงตอนนั้นเราจะยังมีความเป็นมนุษย์อยู่อีกหรือ!!
หมายเหตุ หากมีเวลาลองเข้าไปอ่านที่นี่ดูนะคะ ขำๆ มีความคิดเห็นดีๆเยอะ เช่นhttp://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X12412927/X12412927.html

"เห็นด้วยกับคุณหญิงหมอพรทิพย์ครับ เราควรนำกลับมาใช้อีกรอบ

แต่อยากให้มีการเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ใช้งานนิดหน่อย
เป็นหมอพรทิพย์กับท่านสุกำพล ทุกครั้งที่มีเหตุต้องสงสัย
ให้ 2 ท่านนี้เป็นคนใช้เครื่องมือเท่านั้น จะใช้คนละกี่เครื่องก็เบิกไปเลย
แต่ขอให้ใช้กัน 2 คนเท่านั้น "
  ขำดีค่ะ
อ้างอิง: คำขอที่ยิ่งใหญ่  พระไพศาล วิสาโล
อ่าน สำนึกลิง  สำนึกคน  (1) ที่

Friday, 9 September 2011

สำนึกดี อยู่ที่ ?

สำนึกดี อยู่ที่ ?



เมื่อวานได้แวะไปร้านส้มตำไก่ย่าง ซื้อส้มตำ ยำทะเล ที่ร้านเล็กๆติดรั้วมหาวิทยาลัย ที่นี่เขาจะแบ่งแนวกำแพงให้เป็นห้องเล็กๆสำหรับให้ร้านค้ามาเช่า ส่วนมากก็ขายอาหาร อาศัยกำแพงเป็นฝาหลัง ร้านนี้เคยทานมาเกือบปีแล้ว ส่วนมากเพื่อนจะซื้อมาทานกันแต่ meepole ไม่ได้ไปซื้อเองก็เลยไม่เคยได้คุยกับแม่ค้า วันนี้เป็นคนแรกที่ไปเป็นลูกค้า ระหว่างยืนรอ แม่ค้าก็ช่างคุย ชวนmeepole คุยโน่นนี่ เริ่มจากทานเผ็ดใหม ไม่ทานหมูหรือ กระทั่งเป็นคนที่ไหน ไม่เคยเห็นฯ meepole ก็ถามว่าขายถึงกี่โมง เธอบอกว่าประมาณบ่ายสามโมงกว่าสี่โมงก็เก็บ meepole ก็ว่าไม่ขายช่วงเย็นหรือ เธอตอบว่า ........

"ไม่ขายหรอก ไม่อยากให้คนเอาเหล้ามากิน"  ก็คิดว่าคงเป็นนักศึกษา จึงพูดว่า" ก็เขียนติดประกาศไว้หน้าร้านว่า งดนำเหล้าเข้ามาดื่ม" เธอตอบว่า "ไม่ไช่นักศึกษาหรอก นักศึกษาไม่กล้าเอาเหล้าเข้ามากิน เขารู้ " ก็เลยแปลกใจ ถามว่า "แล้วใครเอาเข้ามา" คำตอบได้ยินแล้วเป็นอึ้งกิมกี่ เธอตอบว่า "ที่เอาเหล้ามาดื่มน่ะเป็นอาจารย์ ไม่กล้าห้าม อายุก็มากกันแล้ว เราไม่อยากมีปัญหา มันอยู่ติดมหาวิทยาลัย และก็เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับเด็กด้วย เราไม่อยากให้เด็กเห็น นะอาจารย์นะ" 

 ได้ยินแล้วก็มองหน้าแม่ค้านี้ด้วยความรู้สึกชื่นใจและขอบคุณ ที่มีจิตสาธารณะ มีจิตที่เมตตา สำนึกดีกว่าผู้ได้ชื่อว่าครู อาจารย์ ซึ่งสอนในระดับอุดมศึกษา แต่กระนั้น meepole ยังมีความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อว่าจะเป็นอาจารย์ จึงพูดไปว่า "อาจเป็นคนนอกหรือเจ้าหน้าที่" เธอบอกมาทันที "โธ่อาจารย์หนูไม่ไช่เพิ่งมาขาย อาจารย์กี่รุ่นมาทานที่นี่ หนูรู้จัก และเด็กเขาก็เรียกอาจารย์นะ  หนูเลยตัดปัญหา และมีที่ดื่มเก่งๆเป็นอาจารย์ผู้หญิงด้วย เราเห็นแล้วไม่กล้าพูด ตอนนี้ก็ไม่ค่อยเห็นอาจารย์ชายอายุมากคนนั้นแล้ว"  meepole ก็บอกว่า "อาจเกษียณไปแล้ว"  แล้วก็ไม่พูดอะไรต่ออีก

เดินออกจากร้านด้วยความรู้สึกแปลกๆที่บอกไม่ถูก ที่ว่าแปลกคือหดหู่ ปนเศร้า ปนไม่น่าเชื่อ คิดว่าไม่น่าเชื่อว่าแม่ค้าส้มตำ มีสำนึกดี รับผิดชอบ ต่อเยาวชน ในขณะครูอาจารย์ที่มีการศึกษาดี มีหน้าที่การงานดี และมีความรับผิดชอบที่ต้องอบรม สั่ง สอนและเป็นตัวอย่างที่ดีกับนักศึกษา กลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม ที่ร้านข้างรั้วมหาวิทยาลัยแท้ๆ 

ดังนั้นการศึกษา (ที่มีครู อาจารย์สั่งสอน) และตำแหน่งหน้าที่ไม่ได้เป็นตัวทำให้มีสำนึกดีได้เลยหรือ  จากตรงนี้อาจต้องปรับความคิดใหม่ หรือไม่ว่า สำนึกดีต้องเริ่มตั้งแต่ในครอบครัว ที่มีผู้ใหญ่สั่งสอน หรือประพฤติเป็นตัวอย่างให้เห็น นับว่าโชคดีจังที่ข้างรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้ มีแม่ค้าที่มีสำนึกดีกว่าครู อาจารย์บางคน ขอบคุณแทนพ่อแม่นักศึกษาจริงๆ